ผู้ว่าฯ ลำพูน นำคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำพูน ประชุม ครั้งที่ 1/2569 เน้นย้ำ ให้จัดหาวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรค
วันนี้ (วันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2569) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ POC ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำพูน ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายแพทย์ศักดิ์สิทธิ์ บ่อแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำพูน เข้าร่วมประชุม
ที่ประชุมได้ติดตามโรคติดต่อที่สำคัญ จังหวัดลำพูน ประจำปี 2569 (ข้อมูลสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 15 มิถุนายน 2569) ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า โรคที่มีจำนวนผู้ป่วยสะสมสูงสุดและอัตรารับป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดอักเสบ โรคอาหารเป็นพิษ และ โรคสุกใส ตามลำดับ คือ 1. อุจจาระร่วง จำนวนผู้ป่วยสะสม 2,475 ราย อัตราป่วย 631.44 ต่อประชากรแสนคน เป็นผู้ป่วยนอก 2,296 ราย ผู้ป่วยใน 179 ราย 2. ไข้หวัดใหญ่ จำนวนผู้ป่วยสะสม 1,669 ราย อัตราป่วย 425.81 ต่อประชากรแสนคน เป็นผู้ป่วยนอก 1,487 ราย ผู้ป่วยใน 182 ราย 3. ปอดอักเสบ จำนวนผู้ป่วยสะสม 1,101 ราย อัตราป่วย 280.89 ต่อประชากรแสนคน เป็นผู้ป่วยนอก 587 ราย ผู้ป่วยใน 514 ราย 4. อาหารเป็นพิษ จำนวนผู้ป่วยสะสม 483 ราย อัตราป่วย 123.23 ต่อประชากรแสนคน เป็นผู้ป่วยนอก 461 ราย ผู้ป่วยใน 22 ราย 5. สุกใส จำนวนผู้ป่วยสะสม 233 ราย อัตราป่วย 59.44 ต่อประชากรแสนคน เป็นผู้ป่วยนอก 228 ราย ผู้ป่วยใน 5 ราย
ด้านผลการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ จังหวัดลำพูน ในโรคไข้เลือดออกจำนวนผู้ป่วยลดลงเมื่อเทียบกับค่ามัธยฐาน 5 ปีที่ผ่านมา และ อัตราการตายลดลง ในโรควัณโรค (ข้อมูล ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2569) พบว่า อัตราอุบัติการณ์วัณโรค 53.95 ต่อแสนประชากร มีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่และกลับเป็นซ้ำขึ้นทะเบียนรักษา จำนวน 213 ราย ครอบคลุม
การค้นหาและขึ้นทะเบียนผู้ป่วย คิดเป็นร้อยละ 36.95 ของจำนวนผู้ป่วยวัณโรคที่คาดประมาณการในจังหวัดลำพูน สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ มีผู้ขึ้นทะเบียนรักษา จำนวน 59 ราย รักษาสำเร็จ 30 ราย กำลังรักษา 24 ราย เสียชีวิต 3 ราย ขาดยา 1 ราย และไม่นำมาประเมิน 1 ราย อาศัยอยู่ในจังหวัดลำพูนทั้งหมด ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตและมีโรคร่วมอื่นๆ และไม่ทราบสาเหตุ(เสียชีวิตที่บ้าน) เฉลี่ยระยะเวลาการรักษาจนเสียชีวิต 20 วัน
ด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ยังดำเนินการต่อเนื่องในกลุ่มเด็ก 1 ปี 2 ปี 3 ปี และ 5 ปี เพื่อให้เด็กในจังหวัดลำพูน ได้รับวัคซีนขั้นพื้นฐานเพื่อป้องกันโรคต่าง ๆ ด้านการคัดกรองและรักษาเพื่อป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบชี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จังหวัดลำพูน ดำเนินการคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบี จำนวน 18,696 ราย คิดเป็นร้อยละ 69.24 ของเป้าหมายการคัดกรอง โดยพบผู้มีผลการคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบปีเป็นบวก จำนวน 480 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.57 ของผู้ที่ได้รับการคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบี ผู้คัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบปีที่มีผลเป็นบวก ได้รับการส่งต่อเข้ารับการรักษาจำนวน 362 ราย คิดเป็นร้อยละ 75.42 ของผู้คัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีที่มีผลเป็นบวก
ด้านสถานการณ์โรคหูดับ จังหวัดลำพูน ปี 2569 พบผู้ป่วยยืนยันสะสม 13 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับสถิติย้อนหลัง และ มีจำนวนเท่ากับยอดผู้ป่วยสะสม 5 ปีย้อนหลังรวมกัน(พ.ศ 2564-2568) ที่พบรวม 13 ราย เฉลี่ยปีละ 2.6 ราย และหากเปรียบเทียบตั้งแต่ปี 2563 ที่พบ 6 ราย จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ปี 2569 มีความรุนแรงและมีจำนวนเคสสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปัจจุบัน จังหวัดลำพูน ยังรักษาสถิติผู้เสียชีวิตเป็น 0 ราย แต่พบแนวโน้มความรุนแรงของโรคที่สูงขึ้นอย่างน่ากังวล โดยมีผู้ป่วยอาการหนักวิกฤตถึง 2 ราย ที่มีภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน ต้องเข้ารับการรักษาในห้อง ICU และใส่ท่อช่วยหายใจ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มีประวัติการสัมผัสโรค คือ รับประทานลาบหมูดิบ ใช้ตะเกียบคู่เดิมคีบหมูดิบในร้านหมูกระทะ สัมผัสเนื้อหมูผ่านบาดแผลที่มือโดยไม่ใส่ถุงมือ สัมผัสเนื้อหมูสดและน้ำเลือดหมูดิบด้วยมือเปล่าปริมาณมาก ขณะเตรียมอาหารจัดเลี้ยงในกิจกรรม/งานชุมชน
ด้านการเตรียมความพร้อมรองรับโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) ที่เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่เกิดจากเชื้อไวรัสในวงศ์ Hantavindae โดยมีสัตว์ฟันแทะเป็นแหล่งรังโรคหลักในธรรมชาติ แม้ว่าในอดีตโรคนี้จะจำกัดการระบาดอยู่ในวงแคบตามพื้นพื้นที่เกษตรกรรมและชนบท แต่สถานการณ์ล่าสุดในเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2569 ได้สร้างความตื่นตัวให้แก่ระบบสาธารณสุขทั่วโลก หลังเกิดการระบาตเป็นกลุ่มก้อน(Cluster) บนเรือสำราญท่องเที่ยว MV Hondius ในแถบมหาสมุทรแอตแลนติกตอนได้ โดยยืนยันผู้ติดเชื้อสายพันธุ์อันดีส (Andes virus: ANDV) จำนวน 11 ราย และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย ความน่ากังวลของสายพันธุ์อันดีสคือ เป็นหนึ่งในไม่กี่สายพันธุ์ที่มีศักยภาพในการแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านละอองฝอยและการสัมผัสใกล้ชิด ส่งผลให้องค์การอนามัยโลก(WHO) ต้องประกาศแจ้งเตือนภัยและนำไปสู่การกักกันตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงสากลยาวนานถึง 42-45 วัน
ทั้งนี้ สถานการณ์ในประเทศไทย จนถึง ปัจจุบัน (มิถุนายน 2569) ยังไม่เคยมีรายงานพบผู้ป่วยยืนยันในคนเลยแม้แต่รายเดียว จัดเป็นพื้นพื้นที่นอกเขตระบาด (Non-endernic area) อย่างไรก็ดี จากการศึกษาเชิงรุกในอดีตพบการติดเชื้อและภูมิคุ้มกันต่อไวรัสฮันตาในประชากรหนูท้องถิ่น (เช่น หนูท่อ หนูพุกใหญ่) เฉลี่ยร้อยละ 1.5 - 4 โดยเป็นสายพันธ์ฮันทาน (Hantaan) และโซล (Seoul) ซึ่งเป็นกลุ่มสายพันธุ์โลกเก่า (Old World) ที่มีความรุนแรงต่ำกว่าสายพันธ์ในทวีปอเมริกาและมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติยกระดับสู่โรคติดต่ออันตรายเพื่อเป็นมาตรการเชิงรุกในการปกป้องความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ จึงได้มีมติเห็นชอบทางวิชาการให้เตรียมประกาศกำหนดให้ โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา เป็น "โรคติดต่ออันตราย (ลำดับที่ 14)" ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยมอบหมายให้กรมควบคุมโรค ขับเคลื่อนกลไกการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินผ่านการทำงานประสานกันของทีมตระหนักรู้สถานการณ์ และหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ เพื่อวางระบบเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ และสื่อสารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดยเน้นย้ำว่าประชาชนทั่วไปยังมีความเสี่ยงต่ำ และโรคนี้ไม่ได้แพร่ระบาดง่ายเหมือนโรคโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่
ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เน้นย้ำถึงการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคของประชาชนทั่วไป ให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มให้มากที่สุด โดยขอให้จัดหาให้เพียงพอเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ได้ ซึ่งจังหวัดลำพูนมีนโยบายการขับเคลื่อนวัคซีน (First Priority) ปี 2569-2571 โดยคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้เห็นชอบนโยบายการขับเคลื่อนวัคซีนลำดับความสำคัญสูงสุด เพื่อเพิ่มการเข้าถึงวัคซีนที่มีความสำคัญทางสาธารณสุข ลดความเหลื่อมล้ำในการได้รับวัคซีน และยกระดับความมั่นคงด้านสุขภาพของประชาชน โดยมีมาตรการสำคัญ 3 ประการ คือ การผลักดันการบรรจุวัคซีนเข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์แห่งชาติ ผลักดันการบรรจุวัคซีนรวม 6 โรค ซึ่งป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ตับอักเสบบี โปลิโอ และโรคติดเชื้อฮิบ (Hib) รวมทั้งวัคซีน Tdap ป้องกันโรคบาดทะยัก คอตีบ และไอกรน เข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์ด้านสาธารณสุขสำหรับเด็กและวัยรุ่นภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ด้านการรณรงค์ฉีดวัคชีน HPV 9 สายพันธุ์ ดำเนินการจัดแคมเปญฉีดวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ จำนวน 2 เข็ม ให้แก่หญิงอาย 21-26 ปี ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV และลดภาระโรคมะเร็งปากมดลูกในระยะยาว สอดคล้องกับเป้าหมายการกำจัดมะเร็งปากมดลูกขององค์การอนามัยโลก นอกจากนั้น ยังมีการส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนวัคซีนนอกสิทธิประโยชน์ ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สนับสนุนงประมาณจัดหาวัคชีนเพิ่มเติมนอกเหนือจากสิทธิประโยชน์พื้นฐาน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงวัคชีนในระดับพื้นที่ โดยกลุ่มเด็กและวัยรุ่นประกอบด้วยวัคชีนรวม 6 โรค วัคซีน Tdap และวัคซีนไข้เลือดออก ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป ประกอบด้วยวัคซีน HPV วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี วัคซีนไข้เลือดออก และ วัคชีนป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมคอคคัส นโยบายดังกล่าวถือเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มความครอบคลุมการได้รับวัคซีน ลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ และสร้างภูมิคุ้มกันโรคในประชากรทุกลุ่มวัย อันจะนำไปสู่การลดอัตราป่วย การเสียชีวิตและภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศในระยะยาว ส่วนการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดต่อในช่วงเปิดภาคเรียน มีการเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อในสถานศึกษาอย่างเข้มข้น เนื่องจากเป็นช่วงเปิดภาคเรียนและเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก โรคไข้หวัดใหญ่ และ โรคโควิด-19
ด้านการเตรียมรับมือโรคอุบัติใหม่ จังหวัดลำพูน เตรียมความพร้อมตามแนวทางการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข โดยใช้หลัก 2P2R เป็นกรอบดำเนินการ เพื่อให้สามารถป้องกัน ตรวจจับ ตอบโต้ และฟื้นฟูสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 แผนปฏิบัติการด้านโรคติดต่อของประเทศ และ แผนเตรียมความพร้อมรองรับโรคอุบัติใหม่(HSP Disease X) ทั้งนี้ ที่ประชุมมีการพิจารณาจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อในระดับอำเภอ(CDCU) ด้วย
ภาพ : นางสาวฐานิสา เสถะรักษ์ นักประชาสัมพันธ์ ข่าว : นางสาวสุดาภรณ์ อินต๊ะธรรม นักประชาสัมพันธ์
ผู้ช่วยบรรณาธิการ : นางสาวกนกรัตน์ ปัญญา นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ บรรณาธิการ : นางสาวฐานิตา แจ้งชัด ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน
#จังหวัดลำพูน #PRLAMPHUN #ลำพูนไม่ลำพังรวมพลังเพื่อลำพูน
วันที่ 23 มิ.ย. 2569, 14:57
ผู้ว่าฯ ลำพูน ชวนร่วมกิจกรรม WALK RUN BIKE 12 เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12...
วันที่ 23 มิ.ย. 2569, 14:52
จังหวัดลำพูน จัดประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัด เพื่อ...
วันที่ 23 มิ.ย. 2569, 14:50
ปลัดจังหวัดลำพูน ประชุมเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่ตำบลดงดำ อำเภอลี้...
วันที่ 23 มิ.ย. 2569, 14:48
ผู้ว่าฯ ลำพูน นำคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำพูน ประชุม ครั้งที่ 1/2569 เน้นย้ำ ให้จัด...