เลือกภาษา ::
ผู้ว่าฯ ลำพูน ประชุมคณะกรรมการอำนวยการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและคณะทำงานขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจก
ข่าวสารจังหวัด วันที่ 24 ส.ค. 2569, 06:20

             ผู้ว่าฯ ลำพูน ประชุมคณะกรรมการอำนวยการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและคณะทำงานขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด ครั้งที่ 3/2569 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และ Carbon Neutrality

             วันนี้ (วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมจามเทวี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและคณะทำงานขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด ครั้งที่ 3/2569 โดยมีคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

             ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ซึ่งจังหวัดลำพูนร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ดำเนินการทบทวนข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปีฐาน พ.ศ. 2562 พร้อมคาดการณ์แนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดไปจนถึงปี พ.ศ. 2593 รวมทั้งได้ร่วมกันจัดทำและพิจารณา (ร่าง) แผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) (ร่าง) แผนมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และแนวคิดแบบจำลองทางธุรกิจ (Business Model) ที่สอดคล้องกับบริบทของจังหวัดลำพูน

             นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการติดตามความก้าวหน้าและการดำเนินงานตามแผนการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด พ.ศ. 2567 – 2569 เพื่อเป็นการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัดไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงโครงสร้างและกลไกการติดตามประเมินผล ซึ่งจะขับเคลื่อนผ่าน "คณะกรรมการอำนวยการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด" และ "คณะทำงานขับเคลื่อนฯ ทั้ง 5 สาขา" โดยมีขั้นตอนการดำเนินงาน 5 ระยะ ได้แก่ การเตรียมความพร้อมบุคลากร, การจัดเก็บข้อมูลกิจกรรมและคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกโดยหน่วยงานรับผิดชอบในทุกๆ 6 เดือน, การรวบรวมและรายงานผลภาพรวมระดับจังหวัดโดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) เป็นประจำทุก 1 ปี, การรายงานผลต่อหน่วยงานส่วนกลาง และการทวนสอบข้อมูลเพื่อบันทึกสู่ฐานข้อมูลระดับประเทศ ทั้งนี้ การประเมินผลจะพิจารณาจากความครบถ้วนตรงเวลาของการส่งข้อมูล และปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จริง (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) เทียบกับเป้าหมาย

             ด้านแผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ศูนย์บริการวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ที่ปรึกษาโครงการฯ ได้นำเสนอแผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) พ.ศ. 2569-2593 โดยมีการคาดการณ์ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี พ.ศ. 2562 - 2593 โดยใช้ข้อมูลอัตราการเติบโตของกิจกรรมของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้ง 5 ภาค ซึ่งผลการคาดการณ์พบว่า หากไม่มีมาตรการใด ๆ ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดในปี พ.ศ. 2593 จะเพิ่มขึ้นเป็น 2,556,248 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากปีฐาน 1,821,557 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สำหรับแผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ได้กำหนดมาตรการลดก๊าซเรือนกระจก จำนวนทั้งสิ้น 30 มาตรการ ประกอบด้วย มาตรการระดับประเทศ จำนวน 2 มาตรการ ซึ่งสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ 711,217 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ได้แก่ มาตรการปรับสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบสายส่ง มาตรการเพิ่มรถยนต์ไฟฟ้า มาตรการระดับจังหวัด จำนวน 28 มาตรการ ซึ่งสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ 805,263 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ได้แก่ มาตรการภาคพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในธุรกิจการค้าและหน่วยงานราชการ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในที่พักอาศัย การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคการเกษตร การปรับปรุงประสิทธิภาพไฟทางสาธารณะ การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาเพื่อใช้เองในภาคอุตสาหกรรม การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาเพื่อใช้เองในภาคธุรกิจการค้าและหน่วยงานภาครัฐ การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาเพื่อใช้เองในที่พักอาศัย การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ใช้เองเพื่อทดแทนการใช้ไฟฟ้าในภาคการเกษตร การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ใช้เองเพื่อทดแทนการใช้น้ำมันดีเซลในภาคการเกษตร การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ใช้เองเพื่อทดแทนการใช้ก๊าซ LPG ในที่พักอาศัย การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวลเพื่อใช้เองในภาคอุตสาหกรรม มาตรการภาคขนส่ง การทดแทนรถจักรยานยนต์ด้วย EV Motorcycle การส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลแทนน้ำมันดีเซลในภาคการขนส่งทางถนน การส่งเสริมการใช้ E85 แทนแก๊สโซฮอล์ 91/95 ในภาคการขนส่งทางถนน มาตรการมาตรการภาคการจัดการขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และวัสดุเหลือใช้ การส่งเสริมการลดปริมาณขยะต้นทาง การผลิตปุ๋ยหรือสารปรับปรุงดินจากขยะอินทรีย์ (โครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน) การจัดการขยะชุมชนที่อยู่ในบ่อฝังกลบเปลี่ยนการกำจัดโดยการผลิตเชื้อเพลิงขยะจากขยะมูลฝอยชุมชน (Refused Derived Fuel: RDF Production from Municipal Solid Waste) การปรับปรุงสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยจากการเทกองเป็นการจัดการขยะที่ถูกสุขลักษณะ และติดตั้งระบบรวบรวมก๊าซมีเทนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านพลังงานหรือเผาทำลาย การเพิ่มปริมาณน้ำเสียเข้าระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ชุมชน การเก็บมีเทนจากน้ำเสียปศุสัตว์ มาตรการภาคการเกษตร การปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ส่งเสริมเกษตรปลอดภัยเพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี การลดพื้นที่การเผาในพื้นที่เกษตร ปศุสัตว์สีเขียว มาตรการภาคป่าไม้และพื้นที่สีเขียว การอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดความเสื่อมโทรมและทำลายป่า การเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน รวมศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น 1,516,479 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งผลการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวสามารถสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัดในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเมื่อรวมกับการดูดกลับโดยภาคป่าไม้ 184,426 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งยังคงเหลือก๊าซเรือนกระจก 855,343 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งทำให้ยังไม่บรรลุเป้าหมายแผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ณ ปี 2593

            สำหรับแผนมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ศูนย์บริการวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ที่ปรึกษาโครงการฯ ได้นำเสนอแผนมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) พ.ศ. 2569 - 2593 โดยจำกัดขอบเขตการพิจารณาเฉพาะกิจกรรมที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งการคาดการณ์ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปี พ.ศ. 2562 - 2593 ใช้ข้อมูลอัตราการเติบโตของกิจกรรมของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้ง 5 ภาค ซึ่งผลการคาดการณ์พบว่า หากไม่มีมาตรการใด ๆ ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของจังหวัดจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,970,204 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปี พ.ศ. 2593 จากปีฐาน 1,243,145 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

            สำหรับแผนมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ได้กำหนดมาตรการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จำนวนทั้งสิ้น 21 มาตรการ ประกอบด้วย มาตรการระดับประเทศ จำนวน 2 มาตรการ ซึ่งสามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 711,217 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ได้แก่ มาตรการปรับสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบสายส่ง มาตรการเพิ่มรถยนต์ไฟฟ้า มาตรการระดับจังหวัด จำนวน 19 มาตรการ ซึ่งสามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 670,742 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ได้แก่ มาตรการภาคพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในธุรกิจการค้าและหน่วยงานราชการ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในที่พักอาศัย การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคการเกษตร การปรับปรุงประสิทธิภาพไฟทางสาธารณะ การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาเพื่อใช้เองในภาคอุตสาหกรรม การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาเพื่อใช้เองในภาคธุรกิจการค้าและหน่วยงานภาครัฐ การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาเพื่อใช้เองในที่พักอาศัย การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ใช้เองเพื่อทดแทนการใช้ไฟฟ้าในภาคการเกษตร การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ใช้เองเพื่อทดแทนการใช้น้ำมันดีเซลในภาคการเกษตร การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ใช้เองเพื่อทดแทนการใช้ก๊าซ LPG ในที่พักอาศัย การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวลเพื่อใช้เองในภาคอุตสาหกรรม มาตรการภาคขนส่ง การทดแทนรถจักรยานยนต์ด้วย EV Motorcycle การส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลแทนน้ำมันดีเซลในภาคการขนส่งทางถนน การส่งเสริมการใช้ E85 แทนแก๊สโซฮอล์ 91/95 ในภาคการขนส่งทางถนน มาตรการภาคการเกษตร การลดพื้นที่การเผาในพื้นที่เกษตร มาตรการภาคป่าไม้และพื้นที่สีเขียว การอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดความเสื่อมโทรมและทำลายป่า การเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน รวมศักยภาพการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งสิ้น 1,381,959 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งผลการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวสามารถสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัดในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ยังคงเหลือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 403,804 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งยังไม่บรรลุเป้าหมายแผนการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ณ พ.ศ. 2593

           ด้านแนวคิดแบบจำลองการพัฒนาทางธุรกิจ (Business Model) จังหวัดลำพูน ศูนย์บริการวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในฐานะที่ปรึกษาโครงการฯ ได้นำเสนอ (ร่าง) แบบจำลองการพัฒนาทางธุรกิจ (Business Model) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต่อยอดมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์และเกิดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งได้ประยุกต์ใช้กรอบแนวคิด Business Model Canvas ร่วมกับระเบียบวิธีของโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) และโครงการ T-VER มาตรฐานขั้นสูง (Premium T-VER) ทั้งนี้ ในการประชุมคณะทำงานฯ ครั้งที่ 2 ที่ปรึกษาโครงการฯ ได้นำเสนอ (ร่าง) แบบจำลองการพัฒนาทางธุรกิจ จำนวน 7 รูปแบบ ประกอบด้วย 1) การผลิตไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ภาคประชาชน 2) การปรับเปลี่ยนรถประจำทางเป็นยานยนต์ไฟฟ้า 3) การคัดแยกขยะรีไซเคิลภายในชุมชน 4) ผลิตภัณฑ์จากของเสียในภาคอุตสาหกรรม 5) เกษตรอินทรีย์อัจฉริยะ 6) การจัดทำไบโอชาร์เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก 7) การปลูกป่าอย่างยั่งยืน โดยแต่ละแบบจำลองได้ระบุรายละเอียดโครงสร้างการดำเนินงานไว้อย่างครบถ้วน ประกอบด้วย ผู้ดำเนินธุรกิจ กิจกรรมหลัก ผลประโยชน์ที่จะได้รับ เงื่อนไขการดำเนินธุรกิจ หน่วยงานสนับสนุน ต้นทุน และแหล่งเงินทุน ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาและอภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยพิจารณาจากศักยภาพบริบทของพื้นที่ และความเป็นไปได้ในการลงทุน มีมติเห็นชอบคัดเลือก "แบบจำลองธุรกิจการผลิตไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ภาคประชาชน" เป็นแบบจำลองหลักในการพัฒนาธุรกิจเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดลำพูน พร้อมเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับแผนธุรกิจของจังหวัด

 

ข่าว/ภาพ : นางสาวฐานิสา เสถะรักษ์ นักประชาสัมพันธ์        ผู้ช่วยบรรณาธิการ : นางสาวกนกรัตน์ ปัญญา นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ         บรรณาธิการ : นางสาวฐานิตา แจ้งชัด ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน

#จังหวัดลำพูน     #PRLAMPHUN      #ลำพูนไม่ลำพังรวมพลังเพื่อลำพูน

推荐新闻
ข่าวสารจังหวัด

วันที่ 24 ส.ค. 2569, 06:20

             ผู้ว่าฯ ลำพูน ประชุมคณะกรรมการอำนวยการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและ...

继续阅读
ข่าวสารจังหวัด

วันที่ 24 ส.ค. 2569, 06:16

           จังหวัดลำพูน ร่วมหารือกับบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ในพื้นที่ เพื่อเดินหน้าการใช้ประโย...

继续阅读
ข่าวสารจังหวัด

วันที่ 24 ส.ค. 2569, 06:14

           จังหวัดลำพูน จัดโครงการขับเคลื่อนการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการทุจริตของจังหวัด...

继续阅读
ข่าวประชาสัมพันธ์

วันที่ 24 ส.ค. 2569, 06:11

        รวมพลังฟื้นฟูน่าน เยียวยาฉับไว หัวใจไม่ทิ้งกัน       วิกฤตอุทกภัย น้ำป่า...

继续阅读
ศาลากลางจังหวัดลำพูน ที่อยู่ ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมืองลำพูน โทร / โทรสาร 05351-1000 E-mail : [email protected]